เห็นสภาวะการเมืองแบบนี้ในประเทศไทย ผมก็อ่อนแรงจนไม่สามารถแลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมืองกับใครได้อีก เหล่าเพื่อนพ้องทั้งเหลืองแดง ห้ำหั่นทางความคิดจะเป็นจะตาย ทำลายมิตรภาพระหว่างเพื่อนจนย่อยยับเพราะปัจจัยเหตุอันไม่สมควร

ผมเชื่อว่าประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอยเสมอ หลายๆ คนเคยอ่านสามก๊กกันมาบ้าง แต่อาจจะมีเพียงแค่ไม่กี่คน ที่รู้ที่มาก่อนยุคสามก๊ก สาเหตุที่ราชวงศ์ฮั่นล่มสลาย ที่มาของโจรโพกผ้าเหลือง และที่มาของก๊กเหล่าทั้งสาม

เลยอยากยกบทความที่คุณนิติภูมิเคยเขียนไว้ มาเป็นบทเรียน ทั้งเหลืองและแดง หากมีใครทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ซักนิด จะรู้ว่าล้อเกวียนของเวลา กำลังจะซ้ำรอยเดิมแล้ว

ณ ที่นี่ ประเทศไทย…

กบฏโพกผ้าเหลือง

นิติภูมิ นวรัตน์

red-cliff สมัยต้นราชวงศ์ฮั่น สังคมจีนอยู่ในภาวะอ่อนล้า โภคทรัพย์ ขาดแคลน แม้แต่ม้าที่ใช้เทียมราชรถขององค์จักรพรรดิจะเสาะแสวงหาม้าสีเดียวกันให้ครบทั้งสี่ตัวก็ยังยากที่จะทำได้ ส่วนเสนาบดีต้องนั่งรถเทียมวัวแทน

โชคดีที่พระเจ้าฮั่นเกาจู่มีพื้นเพมาจากสามัญชน พ่อแม่เป็นชาวนาในอำเภอเพ่ยเซี่ยน ตอนที่เป็นวัยรุ่นพระองค์ก็ทรงทำนาทำไร่ พระองค์จึงเข้าใจความทุกข์ยากของราษฎรได้ลึกซึ้งจึงปกครองอาณาจักรฮั่นด้วยความประหยัดมัธยัสถ์ และดำเนินนโยบายปกครองแบบไม่ปกครอง ผ่อนพักภาระราษฎร งดและลดการเกณฑ์แรงงาน เปิดโอกาสให้ราษฎรมีชีวิตส่วนตัวมากขึ้น

เมื่อไม่ต้องกังวลด้านการเสียภาษีมาก ทำให้ราษฎรมีกำลังใจทำงานเกิดการเพิ่มผลผลิต สังคมมีเสถียรภาพทำให้อาณาจักรเจริญรุ่งเรืองมายาวนานถึง 210 ปี

ปัญหาที่ทำให้ราชวงศ์ฮั่นตะวันตกต้องล้มล่มสลายเริ่มจากปัญหาที่ดิน ชาวนาจำนวนมากที่เสียที่ดินทำกินและต้องขายตัวเป็นทาส สังคมเริ่มเรียกร้องการปฏิรูป ตอนใกล้จะสิ้นราชวงศ์ อำนาจการปกครองของราชวงศ์ฮั่นเริ่มไปตกอยู่ในมือของพระประยูรญาติและขันทีใหญ่ อันนี้ทำให้ราชวงศ์ล่ม ต้องเกิดราชวงศ์ซินมาปกครองในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 14 ปี แล้วก็ไปเข้าสู่ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกอีก 195 ปี

ในยุคต้นของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก เป็นการแย่งอำนาจระหว่างพระญาติวงศ์กับขันที ตั้งแต่ช่วงกลางราชวงศ์ฮั่นตะวันออกเป็นต้นมาอำนาจของขันทียิ่งทวีขึ้น ปัญญาชนคนที่รักความเที่ยงธรรมจึงไม่พอใจออกมาวิจารณ์และโจมตีขันทีอยู่บ่อยๆ ขันทีจึงให้คนปรักปรำนำคนเหล่านี้มาฟ้องศาลในข้อหาซ่องสุมและบ่อนทำลายสถาบัน ขันทีเพ็ดทูลซะจนพวกปัญญาชนเลิกเชื่อถือในราชวงศ์พวกขันทีก็ใช้อำนาจผ่านราชวงศ์สั่งจับเอาไปฆ่าตายหลายร้อยชีวิต เมื่อปัญญาชนต้องแตกฉานซ่านเซ็นพวกขันทีก็กำเริบเสิบสานใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ

อาณาจักรจึงเข้าสู่ยุคมืดเพราะถูกขันทีครอบงำ กษัตริย์จึงปกครองอย่างไม่ยุติธรรม ไร้ความเที่ยงธรรม ประชาชนคนทั่วไปไม่พอใจกับการบริหารบ้านเมือง เอาแต่ประท้วงวุ่นวาย
ไม่ใส่ใจการทำมาหากิน ผลผลิตตกต่ำ ราษฎรจำนวนหนึ่งจึงอดอยากล้มตาย พวกที่รอดชีวิตก็มีความทุกข์บีบคั้นจนต้องลุกมาต่อต้านการบริหารบ้านเมือง

ในที่สุดก็เกิดกบฏประชาชนในสมัยพระเจ้าฮั่นเหลิงตี้ จังเจียวชาวเมืองจี่ว์ลู่ มณฑลเหอเป่ย ตั้งนิกายไท่ผิงเต้านำสาวกออกไปตามชนบทช่วยรักษาโรคให้แก่ชาวบ้านพร้อมทั้งเผยแพร่ลัทธิความเชื่อของตนจนรวบรวมผู้ศรัทธาได้หลายแสน พวกนี้จะมีสัญลักษณ์โพกผ้าเหลือง

พ.ศ.727 จังเจี่ยวจึงนำสาวกก่อกบฏ เรียกว่า กบฏโพกผ้าเหลือง กบฏโพกผ้าเหลืองมีอิทธิพลต่อสังคมจีนนาน 20 ปี ก่อความวุ่นวายอยู่อย่างไม่หยุดหย่อนจนอาณาจักรที่ปกครองโดยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกต้องประสบกับภาระหนักจากการจลาจลผู้คนประท้วง อาณาจักรที่เคยเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูถึงกับทรุดโทรม ประชาชนคนกลุ่มอื่นเห็นว่าเมื่อประท้วงแล้วได้ตามสิ่งที่พวกตนนั้นเรียกร้องก็จึงรวมกลุ่มกันก่อกบฏมากขึ้น

ไม่กี่ปีก่อนที่ราชวงศ์จะพังพินาศเกิดกบฏประชาชนมากถึง 4 ครั้ง กษัตริย์ในสมัยนั้นจึงต้องเพิ่มอำนาจให้ขุนนางในท้องถิ่นเพื่ออาศัยกองกำลังในท้องถิ่นรับมือกับการประท้วงจลาจล
จนพวกขุนนางท้องถิ่นจึงสามารถมีกองกำลังทหารของตัวเอง

ปลายราชวงศ์ นายทัพโจโฉคุมกำลังและใช้อำนาจจักรพรรดิปกครองประเทศเป็นผู้ปกครองสูงสุดที่แท้จริง เมื่อโจโฉตาย ลูกชายคือเฉาพี หรือโจผีก็จัดการถอดถอนพระเจ้าฮั่นเซี่ยนตี้
ยกตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกก็จึงถึงกาลล่มสลายเมื่อจบราชวงศ์ ผู้คนก็แบ่งเป็นฝ่าย ประท้วงกันวุ่นวายไม่มีใครคุมสถานการณ์การได้

อาณาจักรจึงแตกเป็น 3 ประเทศ 3 ก๊ก คือ วุ้ยก๊ก จ๊กก๊ก และง่อก๊ก…

Popularity: 32%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

2 Responses to “History always repeat itself…”

  1. niran Says:

    .

  2. au8ust Says:

    ไม่เสียแรงที่อ่านจนจบ ^^b

Leave a Reply