สวัสดีครับเพื่อนๆทุกท่าน
ช่วงนี้งานยุ่งมากๆ เลยทำให้การอัพ blog ของผมดูช้าๆไปบ้าง (ไม่มากก็น้อย…)
อากาศในช่วงนี้ก็ร้อนมาก พอกลับบ้านไป วันๆ ผมก็ไม่อยากทำอะไรนอกจากนอนอยู่เฉยๆ นั่นอาจจะเป็นที่มาของควมล่าช้าสาเหตุหนึ่ง

เอาล่ะครับ กลับมาเรื่องที่ผมเล่าค้างไว้สองสัปดาห์ที่แล้ว
ผมเลือกอัพ blog วันนี้เพราะวันนี้เป็นวันดีครับ ศุกร์ที่ 13

ในตอนที่ 1 ผมถามทิ้งท้ายไว้ว่า “bLog จะเกิด BUZZ ได้อย่างไร?” เราจะลองมาเริ่มดูกันในวันนี้ครับ ว่าทำไมช่องทางการสื่อสารแค่ช่องทางหนึ่ง ถึงเป็นช่องทางที่นักการตลาดจากองค์กรระดับโลกเลือกที่จะใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารที่สำคัญ เพื่อติดต่อกับลูกค้าของเขา

Consumer generated media

หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า CGM และแปลเป็นภาษาไทยของเราได้ว่า “ช่องทางสื่อสารที่ลูกค้าสร้างเอง” เราสามารถตีความตามความหมายของมันได้อย่างตรงตัวครับคือ “ช่องทางสื่อสารที่ลูกค้าสร้างเอง” ตามกฎของ Maslow นักจิตวิทยาชื่อดังชาวอเมริกันแห่งศตวรรษที่แล้ว (Abraham Harold Maslow, April 1, 1908 – June 8, 1970) เรื่อง Hierarchy of human needs, (ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ) ซึ่งพูดถึงเรื่องของความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ ถูกจัดแบ่งลำดับความสำคัญที่ต้องการการตอบสนองไว้เป็นขั้นๆ เราลองมาดูถึงลำดับความสำคัญนี้กันก่อนครับ เพื่อที่เราจะได้ลงรายละเอียด และตอบโจทย์ข้อนั้นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ของมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy of Needs Theory) (ผมขอยกเนื้อความภาษาไทยบางส่วนมาจาก blog ของคุณ sandy นะครับ)

มาสโลว์ ได้ตั้งสมมติฐานว่ามนุษย์มีความต้องการดังนี้

maslows_hierarchy_of_needssvg

1) มนุษย์มีความต้องการ และ ความต้องการมีอยู่เสมอและไม่มีที่สิ้นสุด

2) ความต้องการที่ได้รับการสนองแล้ว จะไม่เป็นสิ่งจูงใจสำหรับพฤติกรรมต่อไป ความต้องการที่ไม่ได้รับการตอบสนองเท่านั้นที่เป็นสิ่งจูงใจของพฤติกรรม

3) ความต้องการของคนจะซ้ำซ้อนกัน บางทีความต้องการหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้วยังไม่สิ้นสุดก็เกิดความต้องการด้านอื่นขึ้นอีก

4) ความต้องการของคนมีลักษณะเป็นลำดับขั้นความสำคัญ กล่าวคือ เมื่อต้องการในระดับต่ำได้รับการตอบสนองแล้ว
ความต้องการระดับสูงก็จะเรียกร้องให้มีการตอบสนอง

ลำดับขั้นความต้องการของมาสโลว์เรียกว่า Hierarchy of Needsมี 5 ลำดับขั้น

มีรายละเอียดดังนี้

1) ความต้องการระดับต่ำสุดคือความต้องการทางกายภาพ (Physiological/Basic Physical Needs)

เป็นความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ เช่น ปัจจัยสี่ ความต้องการทางเพศ น้ำดื่ม อากาศ ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค การพักผ่อนนอนหลับและสิ่งที่จำเป็นอื่น ๆ ที่ทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้ความต้องการเหล่านี้เป็นความต้องการพื้นฐานที่คนจะถูกจูงใจให้ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะได้สิ่งจำเป็นเหล่านี้แต่เมื่อได้มาแล้วความต้องการเหล่านี้ก็ยุติที่จะเป็นตัวจูงใจหลัก (Prime Motivation) อีกต่อไป

2) ความต้องการทางด้านความมั่นคงปลอดภัย (Safety and Security Needs)

เมื่อความต้องการทางด้านร่างกายได้รับการตอบสนองแล้วจนเป็นที่พอใจ ความต้องการขั้นนี้จะเกิดขึ้นอีก ประกอบด้วยความต้องการความปลอดภัย
ปรารถนาที่จะได้รับความคุ้มครองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ที่จะมีต่อร่างกายเช่น อุบัติเหตุ อาชญากรรม เป็นต้น นอกจากนี้ยังหมายถึงความต้องการความมั่นคงในการทำงานและมีบำเหน็จบำนาญความต้องการทางด้านความมั่นคงปลอดภัยนี้เมื่อได้รับการตอบสนองจนเป็นที่พอใจของบุคคลแล้ว บุคคลก็จะเกิดความต้องการในลำดับขั้นที่สูงขึ้นไปอีกลำดับขั้น

3) ความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและองค์การยอมรับและรักใคร่ (Love/Belonging or Social Needs)

เป็นความต้องการที่จะให้สังคมหรือองค์การยอมรับ และเห็นความสำคัญของเขาว่าเป็นสมาชิกขององค์การ ความต้องการที่จะให้ผู้อื่นชอบตนเป็นผู้มีความสำคัญต่อบุคคลอื่น ในขั้นนี้มนุษย์ต้องการเพื่อน ต้องการคบค้าสมาคมต้องการมีครอบครัว มีความรัก และความเห็นใจจากเพื่อร่วมงาน

4) ความต้องการที่จะได้รับการยกย่อง นับถือในตัวเอง และจากบุคคลอื่น (Esteem and Status Needs)

หมายความรวมถึงความต้องการให้เกิดความเคารพตนเอง (Self-Respect) ความรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ประสพผลสำเร็จและได้รับการยอมรับเช่นนั้น
จากบุคคลอื่นต้องการสถานภาพ (Status) และความมีชื่อเสียงเกียรติยศ (Prestige) เป็นส่วนสำคัญของความต้องการยกย่องเคารพ การที่ความต้องการนี้ได้รับการตอบสนองนำซึ่งความรู้สึกเชื่อมั่นในตัวเองในความสามารถและรู้สึกว่าตนเองเป็นผู้มีประโยชน์ และมีความสำคัญในสังคม

5) ความต้องการบรรลุเป้าหมาย และทำการให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือความต้องการทางความสำเร็จ (Self-actualization and Fulfillment Needs)

เป็นความต้องการระดับสูงสุด หมายถึงการที่บุคคลนั้นได้ใช้ความสามารถของตนเองในทุกด้านได้ และเป็นทุกอย่างที่เขาอยากจะเป็น ซึ่งแต่ละคนจะไม่เหมือนกันสุดแต่ความสามารถของแต่ละบุคคลและความต้องการของเขาเป็นความต้องการที่จะได้รับทุกสิ่งที่ตนปรารถนาต้องการกระทำสิ่งที่เหมาะสมและดีที่สุดที่จะกระทำได้

จะเห็นได้ว่า ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุดของมนุษย์ ว่ากันตามจริงแล้วมัน (อาจ)จะหมดลงได้เมื่อคนเราได้รับการตอบรับความต้องการนั้นจนครบถ้วน ในที่สุดเมื่อโลกของเราเข้าสู่ยุคปัจจุบัน อินเตอร์เน็ทก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญในชีวิตอีกหนึ่งอย่างของคนเรา ทฤษฎีทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการจึงมีการพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ผมไปเจอตัวอย่างน่าสนใจ ซึ่งเป็นงานวิจัยของ VortexDNA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ข้อมูลด้านแนวคิดเรื่องศักยภาพของมนุษย์ เขามีแนวคิดเกี่ยวกับความต้องการของมนุษย์ในรูปแบบใหม่ที่เรากำลังคุยกันอยู่ ดังรูปประกอบด้านล่าง

internet_hierarchy_vortexdn

จะเห็นได้ว่ารูปแบบความต้องการของมนุษย์ในแนวคิดของทฤษฎีใหม่ มีการเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของรูปแบบความต้องการการยอมรับในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผมขอยกยอดไปติดตามต่อกันในตอนต่อไปนะครับ รอพบกับตอนต่อไปในเร็วๆนี้ครับ

View Charlie Pongsangangan's profile on LinkedIn 

Popularity: 94%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

Leave a Reply