This entry was posted on Wednesday, November 12th, 2008 at 5:24 pm and is filed under MAX Marketing. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.
12.11.2008
ไม่ได้เขียนบล็อกมานานมาก เพราะงานส่วนพัฒนาซอฟต์แวร์ดึงเวลาส่วนตัวหายไปหมด ช่วงหลังๆ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า ว่ามีคนให้ความสนใจในการตลาดแนวใหม่ เพิ่มมากพอสมควร
ทั้งได้รับคำถามจากเพื่อนร่วมวงการ (และนอกวงการ) รวมถึงแนวโน้มของลูกค้าที่เริ่มใส่ใจกับศาสตร์ใหม่ๆ ที่เมื่อก่อนผมพูดถึงทีไร เบือนหน้าหนีกันไปทุกที
หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจของการตลาดใหม่ ก็คือการตลาดที่พึ่งพิงองค์ความรู้ (Knowledge-Based Marketing)
พูดกันให้สั้นๆ เข้าใจง่าย คือ การทำธุรกรรมใดๆ ทั้งในแง่การตลาดและนอกเหนือการตลาด เราจะได้ข้อมูลดิบกลับมาเสมอ ความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูลดิบที่เกิดจากธุรกรรม เพื่อนำข้อมูลดิบดังกล่าวมาวิเคราะห์ และสรุปผลในเชิงการตลาด
ผมเองโดยส่วนตัวแบ่ง Knowledge-Based Marketing ออกเป็น 3 ระดับกว้างๆ
- Data Analysis การรวมรวบ วิเคราะห์ ข้อมูลดิบ และทำการแปลงข้อมูลเชิงปริมาณออกมาเป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น การสรุปยอดขาย การวิเคราะห์สถิติเว็บไซต์ การทำ Balanced Scorecard หรือ KPI รวมไปถึงการทำ Forecasting ประเภทต่างๆ ที่ใช้กลไกทางสถิติ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาดโดยวิธี Data Analysis ทั้งสิ้น
- Data Mining เป็นอีกขั้นของการทำ Knowledge-Based Marketing นั่นก็คือใช้คณิตศาสตร์และสถิติขั้นสูงในการหาความสัมพันธ์หรือการจับกลุ่มของข้อมูลในคลังข้อมูล (Data Warehouse) โดยใช้กฏการเชื่อมโยงในรูปแบบต่างๆ เช่นความสัมพันธ์ของข้อมูลที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น พ่อบ้านที่ชอบซื้อเบียร์ มักจะซื้อผ้าอ้อมด้วย, หนังสือในอเมซอนที่มีการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกเว็บไซต์กับหนังสือ (คนที่เคยอ่าน A สนใจอ่าน B ด้วย, คนที่เคยซื้อ C สนใจอ่าน D ด้วย, คนที่เคยอ่าน E ซื้อ F, คนที่เคยสนใจ F แอด wish list G ฯลฯ)
- Pattern Discovery เป็นแนวทางที่เหมือนกับ Data Mining แตกต่างกันตรงที่แนวทางในการจำแนกความสัมพันธ์หรือการจับกลุ่มของข้อมูลใช้เทคนิคขั้นสูงในการคำนวณทางคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะศาสตร์ทางด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เช่น การใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Artificial Neural Network) ซึ่งเป็นแบบจำลองเส้นใยประสาทภายในสมองของมนุษย์ เพื่อนำไปเรียนรู้คาดเดาพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าใน Supermarket, พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อออกโปรโมชั่นที่เกิดประโยชน์กับลูกค้าสูงสุด
เครื่องมือที่ใช้ในการทำการตลาดแบบ Knowledge-Based Marketing ในยุคนี้ก็แผ่กว้างไปในหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมพื้นฐานอย่าง Microsoft Excel, SPSS โปรแกรมที่เน้นด้านการทำ Business Intelligence อย่าง Cognos, Hyperian รวมถึงโปรแกรมทางคณิตศาสตร์ชั้นสูงอย่าง MatLab, Clementine
ในอนาคต วิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ประยุกต์ กับเครื่องมือทางการตลาดจะผูกโยงเชื่อมถึงกันอย่างไม่เคยนึกถึงมาก่อนครับ
ในตอนหน้าผมจะยกตัวอย่างการทำ Pattern Discovery ด้วยโครงข่ายประสาทเทียม เพื่อดึงความสัมพันธ์ประหลาดของข้อมูลดิบทางการตลาดออกมาให้ดูพอเป็นแนวทางในการทำความเข้าใจ
Popularity: 40%
read users' comments (0)






