Archive for April, 2009

x-men-origins-wolverine

ฃิ่อ blog วันนี้คงเป็นเรื่องขำขันระดับโลก ถ้ามันเป็นมุขตลกป่วยๆ แต่คงไม่ตลกแน่ๆถ้าเป็นเรื่องจริงๆ

เรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องที่นักการตลาดอย่างๆเราไปคาดคะเนไม่ได้จริงๆ

และเรื่องบางเรื่องมันก็ดูห่างไกล จนเราไม่เคยเอามาทำ scenario planing ว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนู้นอย่างนี้

ทีมงานของ 20th Centuries Fox คงไม่คาดคิดว่าไข้หวัดแปลกๆสายพันธุ์หนึ่ง (ที่ว่าแปลกเพราะเราไม่ค่อยได้รู้จักเกี่ยวกับมันเท่าไร ทั้งๆที่มันมีมานานแล้ว) จะมาเป็นตัวอุปสรรคหนัง summer เรื่องใหญ่ที่ทางค่ายวางแผนเอาไว้ว่าจะกอบกู้เงินก้อนยักต์ในช่วงฤดูร้อนนี้จากทั่วโลก

Swine Flu หรือ Mexican Flu ซึ่งเป็นไข้หวัดที่มีรหัสพันธุกรรมของหมูและคนผสมๆกันอยู่ แต่ไม่ได้ติดจากการกินหมูแต่อย่างใด

ซึ่งในตอนนี้กลายเป็นกระแสโลกไปแล้วถึงความน่ากลัวที่เกิดจากการแพร่กระจาย และจำนวนคนตายร่วมร้อยกว่าคนในตอนนี้

ด้วยกระแสความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ รวมทั้งการออกข่าวว่า โรงหนังเป็นหนึ่งในสถานที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดโรค

ให้ตายเถอะ Wolverine จะออกฉายทั่วโลกต้นเดือน พค. แล้วนะท่าน!!!

มันส่งผลกระทบต่อยอดขายตั๋วอย่างแน่นอน

ลองคิดกันดูว่ารูปแบบการสร้างภาพยนตร์ของอเมริกานั้น จะสร้างภาคต่อกันจากรายได้ภาคแรก ถ้าเกิดว่า X-Men Origins: Wolverine ทำรายได้ได้แย่จริงๆล่ะ??

ภาคต่อต่างๆที่จะตามมาคงถูกนำมาคิดกันใหม่เป็นการใหญ่เป็นแน่ถ้ารายได้ไม่คุ้มกับทุนสร้าง

อย่างไรก็ตาม…

ผมว่าพรุ่งนี้ผมจะไปลองเสี่ยงกับไข้หวัดเม็กซิโกดู

ก็ผมเป็นแฟน Gambit นี่!!!

Popularity: 35%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
29.04.2009

consumer-goods

ผมรู้ว่าไอ้คำ 3 คำนี้ มันดูเป็นคำที่นักการตลาดโดยส่วนมาก ได้ยินๆๆๆๆ กันจนเอียน

มันเป็นเรื่องคำง่ายๆที่ไม่ง่ายเมื่อต้องลงมือทำ

เราจะทำอย่างไรให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา

รู้จัก สินค้าของเรา หลังจากรู้จักสินค้าแล้ว เราจะทำอย่างไรให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา

ชอบ สินค้าของเรา จากนั้น เราจะเปลี่ยนแรงขับดันจากความชอบ ให้ลูกค้า

ซื้อ สินค้าของเรา จนท้ายที่สุด… เราจะทำให้ลูกค้า

ซื้อซ้ำ สินค้าของเรา… นั้น ได้อย่างไร…

โจทย์ง่ายๆที่ไม่ง่ายถ้าจะทำ!!!

Picture :

http://blog.nielsen.com/nielsenwire/wp-content/uploads/2009/02/consumer-goods.jpg

Popularity: 27%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

cigarette

บริษัทบุหรี่ จะทำ CSR ยังไง…?

Popularity: 19%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

Bang Bang!!!

Author: charlie
23.04.2009

ลองดูคลิปด้านล่างดูครับ

ดูเสร็จแล้วก็เลื่อนลงไปดูด้านล่างครับ

Read the rest of this entry »

Popularity: 30%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
22.04.2009

ในวาระดิถีที่วันนี้เป็นวันที่กรมอุตุวิทยาของประเทศไทยแถลงการณ์มาว่าเป็นวันที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปี พ.ศ. 2552 นี้ ผมเลยเอาเรื่องร้อนๆที่ผมเจอบนสถานีรถไฟฟ้ามาแบ่งปัน เล่าสู่กันฟังในวันนี้

 IVY-01

ผมมีโอกาสเห็น Outdoor Standee Ad ของเครื่องดื่มกาแฟสูตรโบราณ IVY (Ivy Thai Traditional Coffee) ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นการสร้าง Connection ให้เกี่ยวเนื่องกับโฆษณาชุด โรงงานอ้ายวี ยอมรับว่าตอนที่ได้ชมโฆษณาในชุดนี้ ก็ค่อนข้างที่จะชอบ เพราะรู้สึกว่า แหวก ดี

ถามว่าโดยส่วนตัวเป็นคนที่ดื่มเครื่องดื่มประเภทบรรจุกระป๋อง UHT มั้ย ก็ต้องตอบว่าใช่

และเป็นคนที่ได้รับอิทธิพลจากสื่อแล้วตัดสินใจมั้ย ยิ่งต้องตอบว่าใช่มั้ย

ทีนี้มาถึงคำถามสำคัญ ก็คือ ผมไปเห็นไอ้ Outdoor Standee Ad ตัวนั้นแล้ว ผมเกิดอยากหาซื้อไอวี่มั้ย ผมตอบเต็มปากเลยว่า “ไม่”

เพราะทันทีที่ผมมันทำให้ผมนึกเรื่อง House Wax!!! บรรยากาศเย็นๆ ชื้นๆ ของพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง (หรือบ้านผีสิงหลอกเด็ก) ลอยเข้ามาในจิตใต้สำนึกผมทันที 

ตัวหุ่นที่นำมาตั้งแสดงไว้ มันไม่ได้สร้างความรู้สึกให้อยากกิน อยากหา IVY มาลองเลย โดยส่วนตัวทำให้รู้สึกแย่กับตัวสินค้ามากขึ้นด้วยซ้ำ (แต่ย้ำ ว่านี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้นครับ)

IVY-03IVY-02

ในแง่ของนักการตลาด ผมอยากชวนมาลองคิดในอีกมุมดูบ้าง ถ้าเราเลือกใช้สัญลักษณ์บางอย่างที่มีโอกาสจะสร้างภาพ ลบ แก่สินค้าของเรา เราควรจะทำหรือไม่?

และรูปแบบสื่อของเราที่จะนำมาใช้นั้น จำเป็นมากน้อยขนาดไหน???

ในการทำ branding การเลือก trade dress และ การคิด slogan เป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆของการสร้างแบรนด์เลยทีเดียว

การตั้งชื่อแบรนด์ด้วยคำบางคำในภาษาของเรา อาจจะเป็นคำหยาบคายในภาษาอื่นก็ได้

หรือตัว Mascot ที่เราคิดว่าน่ารัก อาจจะทำให้เด็กกล้วก็เป็นได้…!!!

คงเป็นเรื่องที่เราจะต้องลองชั่งใจกันให้ดี!!!

Related Article :

http://www.positioningmag.com/prnews/prnews.aspx?id=77948

Popularity: 22%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

SERP คือ Search Engine Results Page หรือง่ายๆ ก็คือหน้าผลลัพธ์ของการค้นหาของ Search Engine นั่นเองครับ

ในโลกยุค SEO บูม มีหลายทฤษฏีที่พูดกันถึงผลลัพธ์ของการค้นหา บ้างก็อ้างว่าผลลัพธ์ที่ 1 มีความสำคัญน้อยกว่าอันดับ 2 ตามหลักจิตวิทยา ซึ่งบางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างนี้

ตำแหน่งใดใน SERP ที่มีความสำคัญสูงที่สุด…?

ในยุคหลังการทำ Usability Study มีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทั้งเครื่องมือ เทคโนโลยี และการวิจัย ถึงหลักจิตวิทยาการออกแบบเว็บไซต์ มีเทคโนโลยีหนึ่งที่เรียกว่า “แผนที่ความร้อน (Heatmap)”

Heat Map คือเทคโนโลยีงานวิจัยที่ใช้เก็บสถิติตำแหน่งการมองหน้าจอเว็บไซต์ (Heatmap แบบไฮเทคจะวัดด้วยโฟกัสของสายตา ส่วน Heatmap แบบประหยัดต้นทุนจะวัดด้วยตำแหน่งโฟกัสของเมาส์ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่) ของผู้ใช้งานเว็บออกมาเป็นแถบสีแสดงดังภาพด้านล่าง

ภาพจาก <a href="http://www.useit.com/alertbox/reading_pattern.html">useit.com</a>

แถบสีที่เป็นสีแดงบ่งบอกว่ากลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่จดจ้องไปยังตำแหน่งดังกล่าว ไล่ลงไปเป็นสีส้ม เหลือง ฟ้า เทา ตามลำดับ ซึ่งหมายถึงว่า ตำแหน่งที่ไม่มีสีคือตำแหน่งที่ผู้ใช้งานไม่ได้มองไปเลยแม้แต่นิดเดียว

ดูภาพขวามือ ผลลัพธ์ของการค้นหาของ Google จะสังเกตได้ว่านำหนักของสีแดงกระจายอยู่ในรูป F-Shape ตั้งแต่ SERP ลำดับ 1 และ 2 ส่วน 3 และ 4 เริ่มที่จะได้รับความสนใจน้อยลง ถัดจากลำดับ 4 ไปนี่เริ่มกลายเป็นสีฟ้าแล้ว

และส่วนใหญ่ผลลัพธ์ของ Heat Map ในหลายๆ การทดลองก็ตอบสนองออกมาในรูปแบบคล้ายๆ กันนี้

สรุปจากผลการทดลอง ตำแหน่งที่ 1 กับ 2 เจ๋งสุดครับ และที่สำคัญ 1 และ 2 ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ทดลองไม่ต่างกัน…!!

2 ต่างกับ 3 พอประมาณ และต่ำกว่า 5 ถือว่ามีความสำคัญน้อยลงไปกว่า Top 5 มากทีเดียว

ส่วนความสำคัญของ AdWords เมื่อเทียบกับ SERP ในส่วน organic แล้วเป็นไปตามภาพด้านล่างครับ

ภาพจาก <a href="http://www.webgrowth.biz/tag/keyword-research/">webgrowth.biz</a>

พอจะสรุปผลได้หรือไม่ว่า ในงบประมาณที่ใกล้เคียงกัน เราควรทำ SEM แบบ Organic หรือแบบ Pay per Click..? และตอบคำถามที่หลายๆ คนเคยถามผมว่า Google ทำการตลาด AdWords ให้ดูดี “เกินจริง” ไปหรือเปล่า…? สำหรับผม ได้คำตอบในใจแล้วครับ

นอกจากนี้ ผมยังมีเรื่อง Usability ที่เกี่ยวเนื่องกับ Heatmap อีกเพียบ ไว้จะเอามาเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติมครับ ทั้งเรื่องเทคโนโลยี Eye Tracking Device (ETD) รวมถึงการทดสอบ Usability แบบอื่นๆ ที่น่าสนใจทั้ง Branding, E-Mail Marketing, Blog ฯลฯ ถ้าสนใจเก็บ RSS Feed ไว้ติดตามได้หรือสมัครรับ Feed ทางอีเมล์ได้ครับ

PS. Heatmap นั้นเป็นการเก็บข้อมูลเรื่องความเข้มข้นในการโฟกัสของผู้เข้าทดสอบ ต่างกับ Gutenberg Diagram ที่ผมเขียนก่อนหน้านี้ ที่เป็นเรื่องของตำแหน่งสายตาในการมอง (Optical Area) ซึ่งจริงๆ แล้วการทดสอบ Eye Tracking นี้สามารถเก็บข้อมูล Optical Area ได้ด้วย เรียกกันว่า Scan Path ครับ ซึ่งเป็นข้อมูลอีกชุดนอกเหนือไปจาก Heatmap ที่ได้พูดถึงไปแล้ว

Popularity: 24%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

การบริหาร Marketing Chain เป็นกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของงาน Web Analyst ที่ผมทำอยู่ ลูกค้าหลายๆ คนมักมีคำถามว่า หลังการวิเคราะห์กิจกรรมทางการตลาดและเจอจุดอ่อนแล้ว วิธีการแก้ไขจุดอ่อนดังกล่าวควรทำอย่างไร…?

การแก้ไขจุดอ่อนของ Marketing Chain ก็คือปรับ Conversion Rate ในแต่ละห่วงโซ่ให้เพิ่มขึ้นด้วยกลยุทธ์และการวิเคราะห์ต่างๆ

ทำอย่างไร…? ไม่มีคำตอบตายตัวหรอกครับ แต่การเพิ่ม Conversion Rate ในแต่ละขั้นตอนของกิจกรรมทางการตลาดไม่ว่าจะเป็นสื่อใดๆ (ไม่เจาะจงเฉพาะเว็บไซต์) เป็นอะไรที่ง่ายมากด้วยกฏพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์สองข้อ

  • หาทางลดต้นทุน (-Cost) ของผู้บริโภค หรือ
  • หาทางเพิ่มแรงจูงใจ (+Motivation) ของผู้บริโภค

การซื้อสินค้าทางอินเทอร์เนต ถ้ามันมี Conversion Rate ต่ำนัก ลองนึกดูว่า “ต้นทุน” ของการชอปปิ้งมันสูงเกินไปมั้ย…? (ต้องมีบัตรเครดิต, ความเสี่ยงที่ไม่ได้เห็นสินค้าจริง, ค่าขนส่งมหาโหด, รอสินค้าหลายวัน) หรือ “แรงจูงใจ” มีมากพอหรือเปล่า…? (ถูกกว่า, ดีกว่า, มีส่วนลด, มีของแถม, ประหยัดค่าเดินทาง)

ตัวอย่าง Marketing Chain Management ของระบบ E-mail Marketing

Popularity: 24%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

ไม่ว่า BNE จะคืออะไร…?

การตลาดแบบ Guerrilla Marketing ของ BNE ก็ประสบความสำเร็จ สร้างกระแสความสนใจไปทั่วโลกแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย

ว่าแต่…

เมื่อไหร่มันจะเฉลยวะ -_-

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Popularity: 51%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

“ยุคสมัยที่การเกษตรครอบงำเศรษฐกิจจบไปนานแล้ว
ยุคอุตสาหกรรมเองก็ใกล้ถึงจุดอวสาน
ลมหายใจของเศรษฐกิจมิได้ก้าวไปบนทิศทางการผลิต
แต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว
ถ้าเช่นนี้ ลมหายใจของเศรษฐกิจกำลังจะก้าวไปทางไหนอีกล่ะ
หากไม่ใช่การเบนความสนใจ

Straw Dogs, 2002 by John Gray
ถอดความโดย วัฒนา มานะวิบูลย์
จากหนังสือ Brand Royalty 

Read the rest of this entry »

Popularity: 28%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

ผมเคยพูดถึงเรื่อง Paradox of Choice มาแล้วรอบหนึ่ง พอดีมีรุ่นน้องคนหนึ่งได้คุยเรื่องนี้กับผม ทำให้นึกอยากเขียนเคสๆ หนึ่งที่ผมเคยทดลองในวัยเด็ก

Paradox of Choice เป็นแนวคิดที่ตรงข้ามกับกฏ Long Tail แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนความคิดที่ว่า

ความสามารถในการตัดสินใจของผู้บริโภคแปรผกผันกับปริมาณทางเลือก

พูดง่ายๆ Paradox of Choice ก็คือ หากมีทางเลือกที่มากขึ้น แทนที่ลูกค้าจะพึงพอใจและมีโอกาสเลือกในสิ่งที่ตนเองมีความต้องการ กลับกลายเป็นว่าลูกค้ามักจะสับสนและไม่สามารถตัดสินใจได้ สุดท้ายจบลงด้วยการที่ลูกค้า “ไม่เลือก” อะไรเลยมากที่สุด ในหนังสือ The Paradox of Choice: Why More is Less ของ Barry Schwartz ได้อธิบายว่า มนุษย์เรามีตรรกะในการ “เลือก” ที่ Barry Schwartz เรียกว่า Decision Theory อยู่ซึ่งบ่งบอกว่า คนเราจะเกิดความไม่พึงพอใจในทางเลือกที่มากเนื่องมาจาก

  • ในทางจิตวิทยา เมื่อมีทางเลือกที่มากขึ้น ผู้บริโภคจะรู้สึกเคว้งคว้าง หดหู่ และไม่มีความสุข ส่งผลต่อความสามารถในการตัดสินใจที่ลดลง (เช่นเดินเข้าร้าน CD เพลง Jazz ที่มีแผ่นสูงท่วมหัวปริมาณมหาศาล เรียงลำดับตามตัวอักษร A-Z)
  • คนเราตอบสนองต่อความรู้สึกไม่มีความสุขด้วยการหลีกหนีจากสถานการณ์นั้นๆ การเดินจากไปเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เมื่อไม่มีความสุขกับการเลือกสินค้า
  • ความเสียดายที่จะพลาดโอกาส ทางเลือกที่มาก ทำให้คนเราหลายใจ เกิดความกลัวที่จะเลือกผิดหรือพลาดที่จะได้เป็นเจ้าของทางเลือกที่ดีที่สุด (การหาที่จอดรถที่ดีที่สุดตามห้างสรรพสินค้า มักลงท้ายด้วยทางเลือกที่ไม่ได้ดีทึ่สุด หรือแม้กระทั่งเลือกไม่ได้เลย)

มีการทดสอบง่ายๆ เพื่อพิสูจน์แนวคิดดังกล่าว ที่ผมกับเพื่อนๆ เคยทำการทดลองอย่างไม่เป็นทางการกับร้านอาหารของรุ่นพี่คนหนึ่งสมัยยังเป็นนักศึกษาที่เอแบค

เริ่มจากว่า รุ่นพี่คนนี้ของผมเปิดร้านอาหารเริ่มต้นโดยมีเมนูให้เลือกหลากหลายมากถึงร้อยกว่ารายการ (Choice) เราตั้งสมมุติฐานกันว่า จำนวนเมนูอาหารที่มีให้เลือกนี้ น่าจะก่อให้เกิดความสับสนของลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ซึ่งท้ายที่สุดมีความเป็นไปได้ว่าจะส่งผลกับยอดขายและความพึงพอใจในรสชาดอาหารโดยรวม

การทดสอบแบบง่ายๆ ก็คือการวางเมนูอาหารให้ลูกค้าเลือกหน้าร้าน (เมนูเป็นแบบข้อความล้วน ไม่มีรูปภาพ)

  • ในสัปดาห์แรกแรก ใช้เมนู A ซึ่งเป็นเมนูดั้งเดิมที่มีอาหารให้เลือกร้อยกว่ารายการ
  • สัปดาห์ที่สองใช้เมนู B ซึ่งเป็นเมนูใหม่ที่มีการปรับเมนูให้เลือกเหลือเพียงแค่ 3 หมวด แต่ละหมวดมีอาหารจาดเด็ดไม่เกิน 10 รายการ (รวมเป็น 30 รายการ)

ผลลัพธ์ตรงกับสมมุติฐานว่า อัตราส่วน Conversion Rate ระหว่างลูกค้าที่ดูเมนูแล้วเข้าร้านเพื่อสั่งอาหาร ในสัปดาห์ที่สองมีการตอบสนองดีกว่าสัปดาห์แรกเกือบเท่าตัว แปลว่าทางเลือกที่มากขึ้น ก่อให้เกิดความสับสน และสุดท้ายลูกค้าเลือกที่จะไปสั่งอาหารร้านอื่นแทน…? หรือนี่คือข้อพิสูจน์ในเรื่อง Paradox of Choice…?

บางคนอาจจะถามว่า ทำไมผมจึงไม่ทำการทดสอบโดยการใส่รูปภาพเพื่อเพิ่มความน่าสนใจด้วย นั่นคือการทดสอบของผมในสัปดาห์ที่สามและสี่ครับ ผมทำการเพิ่มรูปภาพอาหารเด่นๆ เข้าไปในเมนูทั้ง A และ B และวัดการตอบสนองกันอย่างอดทนอีก 2 สัปดาห์

ผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างน่าแปลกใจว่า ความพึงพอใจของผู้บริโภค (Conversion Rate) ไม่ได้แปรผกผันกับปริมาณทางเลือกอีกแล้ว…!?!

Conversion Rate ของเมนู A และ B สูงขึ้นในระดับที่น่าแปลกใจจนมาจบที่อัตราใกล้เคียงกันมากจนหาผู้ชนะลำบากถ้านับจาก Sampling แสนเล็กน้อยที่เราทดสอบกัน

ข้อมูลนี้บ่งบอกอะไรกับพวกเราบ้าง…?

สมมุติฐานของผม ณ เวลานั้นก็คือ ทางเลือกที่มากไม่ใช่ปัญหาของผู้บริโภค

ปัญหาที่แท้จริงของผู้บริโภคคือ เครื่องมือในการจัดระเบียบทางเลือกเหล่านั้นมากกว่า

เรามาดูตัวอย่างในยุคปัจจุบันกันบ้าง

Amazon.com ขายหนังสือ 7.5 ล้าน Title เป็นทางเลือกที่เปิดกว้างให้กับผู้บริโภคมากกว่าร้านหนังสือทั่วไปถึงประมาณ 1000 เท่าตัว แต่สาเหตุใดที่ไม่เกิด Paradox of Choice กับ Amazon…? คำตอบของคำถามนี้ก็คือ Amazon ได้เตรียมเครื่องมือที่ช่วยลูกค้าจัดระเบียบทางเลือกที่มหาศาลเหล่านั้น ให้เหลือในปริมาณที่ลูกค้าสามารถบริโภคได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็น

  • การกรองข้อมูลหนังสือจาก Keyword เฉพาะเจาะจงที่ลูกค้าสนใจ
  • การแนะนำหนังสือที่เกี่ยวข้องกันด้วยเครื่องมือ Data Mining ที่ชาญฉลาด
  • การคัดเลือกหนังสือแนะนำจากการเรียนรู้พฤติกรรมการเลือกหนังสือ

อย่าว่าแต่หนังสือ 7.5 ล้านเล่มเลย ต่อให้มีหนังสือ 1000 ล้านเล่ม หากสุดท้ายแล้วในสายตาผู้บริโภคมองเห็นบนหน้าจอเพียงแค่ 20 เล่มที่เขาสนใจจริงๆ ก็ไม่แปลกอะไรที่สมองของเขาจะคัดเลือกเฉพาะสิ่งที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับ Long Tail แล้ว ทางเลือกที่มากกว่า ย่อมดีกว่าเสมอ มีข้อแม้เพียงแค่ว่า เราจะต้องมีเครื่องมือจัดระเบียบและคัดกรองทางเลือกมหาศาลเหล่านั้น ให้อยู่ในปริมาณจำกัดสำหรับผู้บริโภคเท่านั้นเอง

  • ลูกค้าร้านอาหาร เห็นภาพอาหาร เป็นเครื่องมือช่วยคัดกรองเมนูนับร้อยรายการให้เลือกเฉพาะไม่กี่อย่างที่อยู่ในความสนใจ
  • ระบบค้นหาและแนะนำหนังสือของ Amazon เป็นเครื่องมือช่วยคัดกรองหนังสือนับล้านเล่ม
  • ระบบค้นหาข้อมูลของ Google เป็นเครื่องมือช่วยคัดกรองเว็บไซต์นับหมื่นล้านหน้า

ในโลกยุคนี้ คุณจะลดทางเลือกเพื่อตัดลูกค้าบางส่วนทิ้งไป หรือจะเลือกที่จะเพิ่มประสิทธิภาพของการคัดกรองข้อมูลให้กับผู้บริโภค

เรื่องราวนี้เกี่ยวข้องกับแนวคิด Long Tail อย่างลึกซึ้งครับ

Popularity: 27%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google