Archive for February, 2009

เนื่องจากออฟฟิศของผมอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซนทรัลพระรามสาม ทำให้ช่วงเวลากลางวันหรือหลังเลิกงาน ผมได้แปรเปลี่ยนกลายไปเป็นลูกค้าประจำของเซนทรัลพระรามสามโดยไม่ได้ตั้งใจ

เดือนก่อน ผมมีโอกาสเดินเล่นหามื้อเที่ยงใส่กระเพาะที่เซนทรัลพระรามสามช่วงประมาณบ่ายสองโมง (ออฟฟิศของเราพักกันตามสบาย ไม่มีเวลาเบรคที่แน่นอน บางทีกว่าจะได้ทานมื้อเที่ยงก็ปาเข้าไปบ่ายสาม) นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดี สุดท้ายเดินเข้าแมคโดนัลด์แบบไร้สมอง ^^’

หลังสั่งอาหารนั่งลงบนโต๊ะ ผมก็ตกใจกับภาพตรงหน้า…!?!

Picture 032

เอ่อ… Table Media… เอ่อ.. Gu กำลังหิว… Gu ไม่อยากส่ง SMS…

หลังจากกลืนเบอร์เกอร์กับเฟรนช์ฟรายด์ลงท้องเรียบร้อยแล้ว เป็นกิจวัตรของผมที่มักจะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างปากทำความสะอาด ปรากฏว่าผมได้ตกใจกับภาพตรงหน้า…!?!

Picture 016

เอ่อ… สื่อโฆษณาแนวใหม่… สำหรับคนที่เพิ่งปลดทุกข์เสร็จ.. เอ่อ.. Gu จะล้างมือ.. Gu ไม่อยากดูโฆษณา…

(และผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ที่สื่อโฆษณาแนวใหม่นวัตกรรมสุดยอดนี้ จะไม่มีลูกค้า.. และถ้าสื่อคิดลึกกว่านี้อีกนิดโดยการกลับภาพในรูปแบบที่อ่านได้โดยการสะท้อนจากกระจก ผมเชื่อว่าจะทำให้สื่อดูน่าสนใจกว่านี้…)

หลังจากมึนงงกับสื่อโฆษณาหลังอ่างล้างหน้าแล้ว ผมก็เดินออกจากห้องน้ำเพื่อเดินไปที่จอดรถ ระหว่างทางเดินไปที่จอดรถ… ผมก็ต้องเจอกับบบบ…!?!?!?!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Picture 001

บร๊ะเจ้าช่วยยย…!?! Check Weight Media…!?! เขาคิดได้…!?!

ถ้า Gu จะชั่งน้ำหนัก… Gu คงอยากดูแค่ตัวเลข digital ที่บ่งบอกว่า Gu อ้วนหรือผอมมากกว่า ที่จะสนใจโฆษณาคอร์สลดความอ้วนด้านล่าง…

(และก็อีกเช่นกัน ที่ Check Weight Media ที่ผมเห็นนั้น ยังไม่มีลูกค้า…)

ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ผมต้องเผชิญหน้ากับการยัดเยียดข้อมูลข่าวสารให้แบบไม่ได้พักหายใจ… ผมลองมานั่งคิดว่า หากลูกค้าเซนทรัลซักคนจะใส่ใจใน Ad ทุกอย่างที่ปรากฏในห้างแห่งนี้ เขาคนนั้นจะต้องใช้หน่วยความจำเท่าไหร่ในการเก็บข้อมูล

“พัก” เที่ยง มันควรเป็นความปลอดโปร่งโล่งสบาย… เดินเล่นชิลล์ๆ… แต่กลับกลายเป็นว่าผมโดนยัดเยียดด้วยสื่อในทุกตำแหน่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งเวลากิน เวลาปลดทุกข์ หรือกระทั่งช่วงเดินหาที่จอดรถ…!! ทุกเวลาของชีวิตจะมีคนมาบอกผมว่า ผมน่าจะต้องซื้อสินค้าของเขาด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง โดยหวังว่า ผมจะหันไปอ่านข้อมูลด้วยความสนใจ…?

คุณนักการตลาดที่เคารพครับ คุณคิดแบบนั้นจริงๆ หรือ…?

ด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า มนุษย์จะเกิดวิวัฒนาการเพื่อปรับตัวเข้ากับยุคสมัยแห่งข้อมูลข่าวสาร การปรับตัวทางชีวภาพเช่นพัฒนาความสามารถในการจดจำสื่อ คงไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาสั้นๆ สิ่งที่ง่ายกว่าคือละเลยข้อมูลทุกอย่างที่จะผ่านตา รวมถึงหาหนทางหลีกเลี่ยงข้อมูลเหล่านั้นให้ได้ไกลที่สุด

อย่าคิดว่า ขอแค่มีพื้นที่ที่คนจะเห็น คุณก็จะสามารถโฆษณาได้…

Interruption Marketing เป็นโมเดลการโฆษณาที่เหมาะที่สุด ในทำเลหรือสถานที่ที่ กลุ่มเป้าหมายยินดีที่จะบริโภคข่าวสาร ด้วยความเต็มใจ

  • ไม่ใช่ตอนหิวข้าว
  • ไม่ใช่ตอนล้างหน้า
  • ไม่ใช่ตอนชั่งน้ำหนัก

อาจจะเป็น…

  • ตอนถ่ายทุกข์
  • ตอนรอลิฟต์
  • ตอนขึ้นลิฟต์
  • ตอนจ่ายเงินที่แคชเชียร์
  • ตอนรถติดไฟแดง

เลิกยัดเยียดกันเสียทีเถอะครับ…

Popularity: 36%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google
06.02.2009

Valentine-Red-Rose 

อีกเพียงไม่กี่วันที่จะมาถึงนี้ก็จะเป็นเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่คนไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย แต่ก็ยังคงขอเข้าร่วมเหมือนเดิมนะครับ ตรุษจีน คริสต์มาส อะไรก็แล้วแต่เราฉลองหมด เป็นประเทศแห่งการเฉลิมฉลองจริงๆ :D

มาพูดถึงเรื่องของเทศกาลวันแห่งความรัก ที่เราคงเริ่มเห็นการออกมารณรงค์กันแล้วในช่วงนี้ให้วัยรุ่นไทย (ทั้งชาย หญิง) รักนวลสงวนตัวมากขึ้น (โดยส่วนตัวผมมองว่าวันไหนคนจะทำอะไรกัน มันก็ทำอยู่ดีครับ) ในต่างประเทศอย่างอเมริกาก็ได้มีการทำการสำรวจอัตราการคาดคะเนว่าจะมีการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลนี้โดยประมาณเป็นจำนวนเงินเท่าไร เพราะว่าต้องยอมรับกันอย่างตามตรงว่าเศรษฐกิจของอเมริกากำลังแย่ รวมไปถึงเศรษฐกิจโลก ผิดกับบางประเมศที่รัฐบาลยังออกมายิ้มแย้มหน้าชื่นตาบานว่ายังไม่วิกฤต …จริงๆนะ

หน่วยงาน The National Retail Federation ของอเมริกาซึ่งเป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิของธุรกิจค้าปลีก ได้ทำการเก็บข้อมูลว่าผู้บริโภคมีแผนการณ์จะใช้จ่ายในเทศกาลนี้เป็นเท่าไร ก็ปรากฎว่ายอดค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคตั้งใจเอาไว้ลดลงจากเดิมเมื่อปี 2008 จาก $122.98 เป็น $ 102.50 ในปีนี้ ก็เพราะเนื่องจากว่าสภาวะเศรษฐกิจเสื่อมถอย โดยสัดส่วนการจับจ่ายจะเป็นดัง pile chart ด้านล่างนี้

average-valentine-speding-by-NRF

และเมื่อพิจารณาดูถึงแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในอเมริกาในช่วงระหว่างปี 2003 - 2009 ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีแนวโน้มลดลงจริงๆ ซึ่งเราก็คงต้องหวังใจเอาว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวภายใน 4 ปี อย่างที่ Bill Gate ให้ความคิดเห็นเอาไว้

average-valentine-speding-graph-by-NRF

from : http://www.nrf.com/modules.php?name=News&op=viewlive&sp_id=661

picture : http://www.iwillteachyoutoberich.com/blog/wp-content/uploads/2008/02/redrose.jpg

 

Popularity: 28%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

ผมได้ติดตามอ่านกระทู้หนึ่งใน pantip.com ที่ชื่อว่า แบบนี้พอจะเรียกว่า นิตยสารลวงโลกได้ไหมครับ? มาตั้งแต่วันก่อน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิตยสารหัวดังระดับโลกอย่าง SEVENTEEN ที่ทำงานอย่างชุ่ยๆ (ในวันที่ผมเขียนบทความนี้ความจริงทั้งหมดยังไม่ปรากฎออกมา สิ่งที่ผมนำมาเขียนจึงเป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลมาเท่าที่ข้อมูลมีในเวลานี้ครับ) โดยการนำเอารูปจาก website Multiply.com ของคุณ Arch (http://archphoto.multiply.com/) มา retouch อย่างตั้งใจ และแถมใส่เป็นบทสัมภาษณ์จากนางแบบไว้ภายในหนังสือ (ซึ่งสืบทราบภายหลังว่า กอง บก.มันนั่งเทียนเขียนเอง)โดยที่ทางกอง บก. ไม่ได้ติดต่อทั้งทางเจ้าของรูป และนางแบบมาก่อนว่าจะขอนำรูปไปใช้

ในแง่ของการเป็นนักการตลาด new media ผมมองว่าเรื่องของลิขสิทธิ์ และจิตสำนึกของคนไทยนั้นค่อนข้างจัดอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าต่ำ ผมเองก็เคยเจอบทความของผมไปโผล่อยู่ใน blog ของคนอื่น ดีที่ผมติดต่อไป แล้วเจ้าของ blog เขายังขอโษพร้อมใส่ credit มาให้ 

ส่วนตัวผมอยากให้เจ้าของรูป และน้องนางแบบดำเนินคดีความให้ถึงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะผมก็เบื่อเต็มทีกับการที่เห็นคนทำนาบนหลังคนแบบนี้ ลองดูรูปที่ผมนำมาจากกระทู้ใน pantip ตามลิงค์ด้านบนมาเปรียบเทียบดูกันครับ

seventeen-01

ด้านบนนี่คือหน้าตาของหนังสือหน้าที่ 108 ครับ
ส่วนด้านล่างทั้ง 4 นี่ก็เป็นรูปจากคุณ archphoto.multiply.com ครับ

 arch-photo-01 arch-photo-02

arch-photo-03 arch-photo-04

พอลองศึกษาข้อมูลกันต่อไปเรื่อยๆผมก็พบว่ามีกรณีคล้ายๆกันแบบนี้ โผล่ว่อนออกมาเต็มกระทู้ pantip ไปหมด ทำให้มานั่งคิดกันว่า ยิ่ง new media เติบโตมากขึ้นเท่าไร ผมมองว่ามันไปเอื้อให้เกิดผลในแง่ลบตามมาด้วย แน่นอนว่าประโยชน์มันมี แต่เรื่องไม่ดีก็มีตามมา ทั้งในการลอกเลียนกันแบบนี้ ทั้งในการลักลอบแอบขโมยข้อมูล หรือการใช้ Social Network ในการขายบริการ

อาจจะได้เวลาแล้วก็ได้ที่สังคมไทยต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงจัง ไม่ใช่ไปปิดไฮไฟว์ แต่น่าจะเริ่มจากการเลิกออกอากาศละครที่ขโมยผัวแย่งเมียกัน หวังว่าประเทศนี้ จะมีโอกาสเป็นที่ๆน่าอยู่ให้กับลูกหลานรุ่นต่อไปของพวกเรา…

บทความเกี่ยวข้อง และ อ้างอิง

แบบนี้พอจะเรียกว่า นิตยสารลวงโลกได้ไหมครับ?
สิ่งที่ควรทำเมื่อผลงานถูกละเมิดลิขสิทธิ์โดยเวปเดคโครีพอร์ท.com
ทำกันด๊ายย .. เสียดายตัง !!!

Popularity: 24%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google