Archive for February, 2009
เนื่องจากออฟฟิศของผมอยู่ใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซนทรัลพระรามสาม ทำให้ช่วงเวลากลางวันหรือหลังเลิกงาน ผมได้แปรเปลี่ยนกลายไปเป็นลูกค้าประจำของเซนทรัลพระรามสามโดยไม่ได้ตั้งใจ
เดือนก่อน ผมมีโอกาสเดินเล่นหามื้อเที่ยงใส่กระเพาะที่เซนทรัลพระรามสามช่วงประมาณบ่ายสองโมง (ออฟฟิศของเราพักกันตามสบาย ไม่มีเวลาเบรคที่แน่นอน บางทีกว่าจะได้ทานมื้อเที่ยงก็ปาเข้าไปบ่ายสาม) นึกไม่ออกว่าจะกินอะไรดี สุดท้ายเดินเข้าแมคโดนัลด์แบบไร้สมอง ^^’
หลังสั่งอาหารนั่งลงบนโต๊ะ ผมก็ตกใจกับภาพตรงหน้า…!?!
เอ่อ… Table Media… เอ่อ.. Gu กำลังหิว… Gu ไม่อยากส่ง SMS…
หลังจากกลืนเบอร์เกอร์กับเฟรนช์ฟรายด์ลงท้องเรียบร้อยแล้ว เป็นกิจวัตรของผมที่มักจะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างปากทำความสะอาด ปรากฏว่าผมได้ตกใจกับภาพตรงหน้า…!?!
เอ่อ… สื่อโฆษณาแนวใหม่… สำหรับคนที่เพิ่งปลดทุกข์เสร็จ.. เอ่อ.. Gu จะล้างมือ.. Gu ไม่อยากดูโฆษณา…
(และผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ ที่สื่อโฆษณาแนวใหม่นวัตกรรมสุดยอดนี้ จะไม่มีลูกค้า.. และถ้าสื่อคิดลึกกว่านี้อีกนิดโดยการกลับภาพในรูปแบบที่อ่านได้โดยการสะท้อนจากกระจก ผมเชื่อว่าจะทำให้สื่อดูน่าสนใจกว่านี้…)
หลังจากมึนงงกับสื่อโฆษณาหลังอ่างล้างหน้าแล้ว ผมก็เดินออกจากห้องน้ำเพื่อเดินไปที่จอดรถ ระหว่างทางเดินไปที่จอดรถ… ผมก็ต้องเจอกับบบบ…!?!?!?!
บร๊ะเจ้าช่วยยย…!?! Check Weight Media…!?! เขาคิดได้…!?!
ถ้า Gu จะชั่งน้ำหนัก… Gu คงอยากดูแค่ตัวเลข digital ที่บ่งบอกว่า Gu อ้วนหรือผอมมากกว่า ที่จะสนใจโฆษณาคอร์สลดความอ้วนด้านล่าง…
(และก็อีกเช่นกัน ที่ Check Weight Media ที่ผมเห็นนั้น ยังไม่มีลูกค้า…)
ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ผมต้องเผชิญหน้ากับการยัดเยียดข้อมูลข่าวสารให้แบบไม่ได้พักหายใจ… ผมลองมานั่งคิดว่า หากลูกค้าเซนทรัลซักคนจะใส่ใจใน Ad ทุกอย่างที่ปรากฏในห้างแห่งนี้ เขาคนนั้นจะต้องใช้หน่วยความจำเท่าไหร่ในการเก็บข้อมูล
“พัก” เที่ยง มันควรเป็นความปลอดโปร่งโล่งสบาย… เดินเล่นชิลล์ๆ… แต่กลับกลายเป็นว่าผมโดนยัดเยียดด้วยสื่อในทุกตำแหน่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งเวลากิน เวลาปลดทุกข์ หรือกระทั่งช่วงเดินหาที่จอดรถ…!! ทุกเวลาของชีวิตจะมีคนมาบอกผมว่า ผมน่าจะต้องซื้อสินค้าของเขาด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง โดยหวังว่า ผมจะหันไปอ่านข้อมูลด้วยความสนใจ…?
คุณนักการตลาดที่เคารพครับ คุณคิดแบบนั้นจริงๆ หรือ…?
ด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่า มนุษย์จะเกิดวิวัฒนาการเพื่อปรับตัวเข้ากับยุคสมัยแห่งข้อมูลข่าวสาร การปรับตัวทางชีวภาพเช่นพัฒนาความสามารถในการจดจำสื่อ คงไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาสั้นๆ สิ่งที่ง่ายกว่าคือละเลยข้อมูลทุกอย่างที่จะผ่านตา รวมถึงหาหนทางหลีกเลี่ยงข้อมูลเหล่านั้นให้ได้ไกลที่สุด
อย่าคิดว่า ขอแค่มีพื้นที่ที่คนจะเห็น คุณก็จะสามารถโฆษณาได้…
Interruption Marketing เป็นโมเดลการโฆษณาที่เหมาะที่สุด ในทำเลหรือสถานที่ที่ กลุ่มเป้าหมายยินดีที่จะบริโภคข่าวสาร ด้วยความเต็มใจ
- ไม่ใช่ตอนหิวข้าว
- ไม่ใช่ตอนล้างหน้า
- ไม่ใช่ตอนชั่งน้ำหนัก
อาจจะเป็น…
- ตอนถ่ายทุกข์
- ตอนรอลิฟต์
- ตอนขึ้นลิฟต์
- ตอนจ่ายเงินที่แคชเชียร์
- ตอนรถติดไฟแดง
เลิกยัดเยียดกันเสียทีเถอะครับ…
Popularity: 36%
อีกเพียงไม่กี่วันที่จะมาถึงนี้ก็จะเป็นเทศกาลวันวาเลนไทน์ที่คนไทยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย แต่ก็ยังคงขอเข้าร่วมเหมือนเดิมนะครับ ตรุษจีน คริสต์มาส อะไรก็แล้วแต่เราฉลองหมด เป็นประเทศแห่งการเฉลิมฉลองจริงๆ
มาพูดถึงเรื่องของเทศกาลวันแห่งความรัก ที่เราคงเริ่มเห็นการออกมารณรงค์กันแล้วในช่วงนี้ให้วัยรุ่นไทย (ทั้งชาย หญิง) รักนวลสงวนตัวมากขึ้น (โดยส่วนตัวผมมองว่าวันไหนคนจะทำอะไรกัน มันก็ทำอยู่ดีครับ) ในต่างประเทศอย่างอเมริกาก็ได้มีการทำการสำรวจอัตราการคาดคะเนว่าจะมีการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลนี้โดยประมาณเป็นจำนวนเงินเท่าไร เพราะว่าต้องยอมรับกันอย่างตามตรงว่าเศรษฐกิจของอเมริกากำลังแย่ รวมไปถึงเศรษฐกิจโลก ผิดกับบางประเมศที่รัฐบาลยังออกมายิ้มแย้มหน้าชื่นตาบานว่ายังไม่วิกฤต …จริงๆนะ
หน่วยงาน The National Retail Federation ของอเมริกาซึ่งเป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิของธุรกิจค้าปลีก ได้ทำการเก็บข้อมูลว่าผู้บริโภคมีแผนการณ์จะใช้จ่ายในเทศกาลนี้เป็นเท่าไร ก็ปรากฎว่ายอดค่าใช้จ่ายที่ผู้บริโภคตั้งใจเอาไว้ลดลงจากเดิมเมื่อปี 2008 จาก $122.98 เป็น $ 102.50 ในปีนี้ ก็เพราะเนื่องจากว่าสภาวะเศรษฐกิจเสื่อมถอย โดยสัดส่วนการจับจ่ายจะเป็นดัง pile chart ด้านล่างนี้
และเมื่อพิจารณาดูถึงแนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภคในอเมริกาในช่วงระหว่างปี 2003 - 2009 ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนว่ามีแนวโน้มลดลงจริงๆ ซึ่งเราก็คงต้องหวังใจเอาว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวภายใน 4 ปี อย่างที่ Bill Gate ให้ความคิดเห็นเอาไว้
from : http://www.nrf.com/modules.php?name=News&op=viewlive&sp_id=661
picture : http://www.iwillteachyoutoberich.com/blog/wp-content/uploads/2008/02/redrose.jpg
Popularity: 28%
ผมได้ติดตามอ่านกระทู้หนึ่งใน pantip.com ที่ชื่อว่า แบบนี้พอจะเรียกว่า นิตยสารลวงโลกได้ไหมครับ? มาตั้งแต่วันก่อน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิตยสารหัวดังระดับโลกอย่าง SEVENTEEN ที่ทำงานอย่างชุ่ยๆ (ในวันที่ผมเขียนบทความนี้ความจริงทั้งหมดยังไม่ปรากฎออกมา สิ่งที่ผมนำมาเขียนจึงเป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลมาเท่าที่ข้อมูลมีในเวลานี้ครับ) โดยการนำเอารูปจาก website Multiply.com ของคุณ Arch (http://archphoto.multiply.com/) มา retouch อย่างตั้งใจ และแถมใส่เป็นบทสัมภาษณ์จากนางแบบไว้ภายในหนังสือ (ซึ่งสืบทราบภายหลังว่า กอง บก.มันนั่งเทียนเขียนเอง)โดยที่ทางกอง บก. ไม่ได้ติดต่อทั้งทางเจ้าของรูป และนางแบบมาก่อนว่าจะขอนำรูปไปใช้
ในแง่ของการเป็นนักการตลาด new media ผมมองว่าเรื่องของลิขสิทธิ์ และจิตสำนึกของคนไทยนั้นค่อนข้างจัดอยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าต่ำ ผมเองก็เคยเจอบทความของผมไปโผล่อยู่ใน blog ของคนอื่น ดีที่ผมติดต่อไป แล้วเจ้าของ blog เขายังขอโษพร้อมใส่ credit มาให้
ส่วนตัวผมอยากให้เจ้าของรูป และน้องนางแบบดำเนินคดีความให้ถึงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะผมก็เบื่อเต็มทีกับการที่เห็นคนทำนาบนหลังคนแบบนี้ ลองดูรูปที่ผมนำมาจากกระทู้ใน pantip ตามลิงค์ด้านบนมาเปรียบเทียบดูกันครับ
ด้านบนนี่คือหน้าตาของหนังสือหน้าที่ 108 ครับ
ส่วนด้านล่างทั้ง 4 นี่ก็เป็นรูปจากคุณ archphoto.multiply.com ครับ
พอลองศึกษาข้อมูลกันต่อไปเรื่อยๆผมก็พบว่ามีกรณีคล้ายๆกันแบบนี้ โผล่ว่อนออกมาเต็มกระทู้ pantip ไปหมด ทำให้มานั่งคิดกันว่า ยิ่ง new media เติบโตมากขึ้นเท่าไร ผมมองว่ามันไปเอื้อให้เกิดผลในแง่ลบตามมาด้วย แน่นอนว่าประโยชน์มันมี แต่เรื่องไม่ดีก็มีตามมา ทั้งในการลอกเลียนกันแบบนี้ ทั้งในการลักลอบแอบขโมยข้อมูล หรือการใช้ Social Network ในการขายบริการ
อาจจะได้เวลาแล้วก็ได้ที่สังคมไทยต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงจัง ไม่ใช่ไปปิดไฮไฟว์ แต่น่าจะเริ่มจากการเลิกออกอากาศละครที่ขโมยผัวแย่งเมียกัน หวังว่าประเทศนี้ จะมีโอกาสเป็นที่ๆน่าอยู่ให้กับลูกหลานรุ่นต่อไปของพวกเรา…
บทความเกี่ยวข้อง และ อ้างอิง
แบบนี้พอจะเรียกว่า นิตยสารลวงโลกได้ไหมครับ?
สิ่งที่ควรทำเมื่อผลงานถูกละเมิดลิขสิทธิ์โดยเวปเดคโครีพอร์ท.com
ทำกันด๊ายย .. เสียดายตัง !!!
Popularity: 24%






