จากตอนที่ 1 ผมเกริ่นนำเรื่อง Campaign Analysis ไปบ้างเบื้องต้น โดยสื่อมาตรฐานที่ Google Analytics รู้จักนั้นประกอบไปด้วย organic, cpc, referral และ (none) ในขณะที่สื่อพิเศษอื่น ๆ ที่ Google Analytics ไม่รู้จักนั้น หลาย ๆ คนยังคงสงสัยว่า เราจะ track ได้อย่างไร

ในตอนที่ 2 นี้ ผมจะเริ่มแนะนำพื้นฐานการ track สื่อในรูปแบบ online ก่อน
การจัดสื่อในรูปแบบออนไลน์นั้น อันที่จริงขึ้นอยู่กับนักการตลาด ผมเองจะลองยกตัวอย่างสื่อออนไลน์จากการจัดประเภทของผมได้ดังนี้

  • rss เป็นสื่อใหม่ที่ได้รับความนิยม หลาย ๆ คนคงอยากจะรู้ว่า มีคนติดตาม RSS Feed ของเว็บไซต์ หรือบล็อกของเรามากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับสื่ออื่น ๆ อย่างพวก organic
  • newsletter หรือ email สื่อแบบนี้ได้รับความนิยมมานานจนมีพัฒนาการไปในด้านลบเป็น spam mail ไปเสียแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม อีเมล์ยังเป็นช่องทางการสื่อสารกับผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพเสมอ เราสามารถ track traffic ภายในเว็บไซต์ที่เกิดจากการคลิกผ่านทางอีเมล์ได้ด้วย
  • banner การทำการตลาดแบบโฆษณา banner เป็นการตลาดแบบแรก ๆ ในยุคอินเทอร์เนต จนบัดนี้ ถึงแม้จะถูกมองว่าเป็น interruption marketing ประเภทหนึ่ง แต่หลาย ๆ องค์กรก็ยังคงนิยม
  • blog ใครเข้าเว็บหลัก ผ่านการอ่านบล็อกของเราบ้าง
  • และอื่น ๆ

เริ่มต้นการทำ Link Tagging
เทคนิคการติดตามผม traffic จากสื่อต่าง ๆ ด้านบนนั้น เรียกเป็นทางการว่าการทำ Link Tagging
Link Tagging จริง ๆ ไม่ยากเลย อธิบายง่าย ๆ คือในทุก ๆ สื่อจะต้องมีลิงค์เพื่อนำทางสู่ landing page ของเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น URL ด้านล่าง

http://www.maxions.com/promotion.html

การทำ Link Tagging คือ การใส่ข้อมูลเพิ่มเข้าไปใน URL เพื่อให้ Google Analytics รู้ข้อมูลที่มาของ traffic นั้น ๆ โดยข้อมูลที่ Google สามารถตรวจสอบได้ก็มีตัวแปร 4 ตัว ที่ผมได้เกริ่นไว้แล้วในตอนที่ 1
การ track สื่อทำได้โดยการเพิ่มตัวแปร 4 ตัวแปร เข้าไปใน URL ของ landing page โดยตัวแปร 4 ตัวแปรมีดังนี้

  • utm_campaign
  • utm_medium
  • utm_source
  • utm_content

ไม่จำเป็นต้องทำ Link Tagging ครบทุกตัวแปร แค่ตัวแปรที่เราต้องการเก็บสถิติก็เพียงพอ
วิธีการทำ Link Tagging ก็คือ ให้เตรียมชื่อตัวแปรทั้ง 4 ตัวที่ต้องการ ใส่เครื่องหมาย = ตามด้วยค่าของตัวแปร ทุกตัวอักษรติดกันหมด ห้ามมี white space เด็ดขาด เช่น เว็บไซต์ออกแคมเปญโปรโมชั่นวันคริสมาสต์ ผ่านทาง banner โดยใช้บริการของ pantip.com โดยใช้เนื้อหา “ส่วนลดสูงสุด 80%” สามารถทำ Link Tagging ได้ดังนี้

  • utm_campaign=christmas-promotion
  • utm_medium=banner
  • utm_source=pantip
  • utm_content=up-to-80-percent-discount

หลังจากนั้น นำตัวแปรทั้งหมดมาต่อกันด้วยเครื่องหมาย & จะได้ดังนี้

  • utm_campaign=christmas-promotion&
    utm_medium=banner&utm_source=pantip&utm_content=up-to-80-percent-discount

ท้ายที่สุด นำข้อความยาวๆ ที่ได้นี้ ไปต่อท้าย URL โดยคั่นจาก URL ด้วยเครื่องหมาย ? จะได้ URL เต็มๆ ดังนี้ http://www.maxions.com/promotion.html?utm_campaign=christmas-promotion&utm_medium=banner&utm_source=pantip&utm_content=up-to-80-percent-discount

เพียงแค่นี้ การทำ Link Tagging ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เราจะใช้ URL นี้ลิงค์มายัง landing page แทน URL เดิม ทาง Google Analytics ก็จะสามารถตรวจจับได้ทันทีว่า traffic นี้มีข้อมูลเพิ่มเติมถึงแหล่งที่มาอย่างไรบ้าง 

campaign-analysis2_03 copyข้อควรจำก็คือ หากคุณมีการใช้สื่อหลาย ๆ สื่อ รวมถึงผู้ให้บริการหลาย ๆ เจ้า (รวมถึง Adwords ด้วย) อย่าลืมตั้งชื่อตัวแปรต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน เช่น หาก Adwords กับ banner เป็นแคมเปญเดียวกันแล้ว ค่าของ utm_campaign กับชื่อ Adwords campaign ควรเป็นค่าเดียวกัน ทุกตัวอักษร!! เช่น

 

  • christmas-promotion ไม่เว้นแม้แต่ตัวเล็กตัวใหญ่ เพื่อให้รายงานของ Google Analytics ไม่สับสนในการแบ่งหมวดหมู่ campaign, medium, source และ content ดูตัวอย่างแผนการทำ media planning ด้านล่าง

campaign-analysis2_01 copy ทีนี้พอเราทำการ Link Tagging เรียบร้อย สิ่งที่ควรจะทำต่อไปก็คือ การตรวจสอบผลรายงานว่า การทำ Link Tagging นั้นมีตรงไหนพลาดไปหรือเปล่า(ทีมน้องใหม่ของบริษัทผมเจอเข้าไปเต็มๆ คือพิมพ์ชื่อตัวแปรผิด จาก utm_medium กลายเป็น utm_meduim ทำให้ผลลัพธ์ในรายงานของ Google นั้นไม่แสดงผล)

ก่อนดูรายงาน ผมแนะนำให้ลองคลิกลิงค์นั้นๆ เพื่อให้ Google ทำการทดสอบเก็บสถิติซัก 4-5 ครั้ง แล้วรอระยะเวลาซัก 4-5 ชั่วโมง เพื่อให้สถิติในรายงานนั้นอัพเดท

แล้วให้เข้าหน้ารายงาน Google Analytics แล้วคลิกไปที่ Traffic Sources

คลิกไปที่ All Traffic Sources เพื่อดูผลลัพธ์ ของสถิติ source และ medium

campaign-analysis-2_02 campaign-analysis-2_03 

คลิกเลือกได้ว่าจะกรองเฉพาะข้อมูล source หรือ medium

campaign-analysis-2_04จะเห็นข้อมูลจากภาพว่า ผมได้ทำการ track medium ประเภทใหม่ ๆ นอกเหนือที่เรารู้จักกันหลายตัว หนึ่งในนั้นก็คือ rss ครับ (หากเข้ามาในหน้ารายงานนี้แล้ว ยังไม่เจอ source หรือ medium ที่เราทำ Link Tagging ไว้ ให้เริ่มตรวจสอบการ Tag ตัวแปรว่าพิมพ์ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ หากทุกอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ไม่มีอะไรผิด ลองอดทนรอซักหน่อย รายงาน Google ไม่ได้อัพเดทแบบเรียลไทม์ครับ)

นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติใหม่ของ Google Analytics เราสามารถสร้าง Advance Segmentation โดยการกรองเฉพาะกลุ่มผู้เข้าชมที่มาจาก rss ได้ด้วยครับ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง Advance Segmentation แนะนำให้คลิก ที่นี่ ผมได้เขียนอธิบายไว้ค่อนข้างละเอียดแล้ว

ในตอนที่ 3 ผมจะสอนวิธีการประยุกต์ใช้ Link Tagging เข้ากับสื่อออฟไลน์ประเภทอื่น ๆ อย่าง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร บิลบอร์ด และวิทยุ

Popularity: 47%

Share and Enjoy: These icons link to social bookmarking sites where readers can share and discover new web pages.
  • bodytext
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

Leave a Reply